adminadmin

ความเป็นมาของวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร

ความเป็นมาของวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียง  ของ  วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร  กันอย่างแน่นอนเนื่องว่าวัดแห่งนี้นั้นมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เพราะมีการก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยของรัชกาลที่ 3 โดยปัจจุบันผู้คนมักเรียกชื่อ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร  แบบย่อๆว่าวัดมกุฏ  สำหรับเหตุผลที่มีการสร้าง วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ขึ้นมานั้นเป็นความต้องการของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยทรงมองว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น  ก็มีวัดวาอารามขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อถึงการปกครองในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์จึงทรงอยากให้มีวัดเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกันจึงได้มีการสั่งให้สร้างวัดแถวบริเวณตามชายคลอง  โดยปัจจุบันเราสามารถสังเกตได้ว่าตามริมคลองนั้นมีจะมีวัดที่สร้างติดคลอง ติดแม่น้ำเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดเลยทีเดียว      ดังนั้นวัดมกุฏจึงมีการสร้างเอาไว้ตรงบริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม  ซึ่งในยุคสมัยโบราณนั้นคลองแห่งนี้เป็นคูน้ำที่ล้อมรอบพระนครชั้นนอกเอาไว้  สำหรับหลักฐานทางปฏิบัติศาสตร์เกี่ยวกับการสร้างวัด วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร  นั้นไม่ได้มีการระบุปีพ.ศ อะไร เพียงแต่ระบุว่ามีการสร้างหลังจากที่มีการขุดคลองผดุงกรุงเกษมเสร็จเรียบร้อยแล้ว และก็มีการตั้งชื่อวัดแห่งนี้ว่าวัดนามบัญญัติ  ซึ่งตัววัดนั้นได้มีการสร้างเสร็จในช่วงประมาณปีพ.ศ 2411     อย่างไรก็ตามเราจะเห็นว่าวัตถุเปลี่ยนชื่อมาเป็น วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร  โดยการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้มีการเปลี่ยนในช่วงที่สิ้นรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้วนั่นเอง โดยชื่อใหม่นั้นมีการตั้งตามพระนามของพระองค์ ซึ่งก็คือ พระปรมาภิไธย นั่นเอง    สำหรับ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร  แห่งนี้ เป็นวัดที่มีความเก่าแก่เพราะมีการสร้างมา 156 ปี แล้วและถึงแม้ว่าจะมีอายุน้อยกว่าปีแล้วแต่วัดแห่งนี้ก็ยังคงมีความสวยงาม เนื่องจากว่าสถาปัตยกรรมในการก่อสร้างในช่วงแรกๆนั้นมีการผสมผสานกันระหว่างศิลปะจีนกับศิลปะของไทยซึ่งถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่มีประวัติศาสตร์ของไทยมาอย่างยาวนาน ถือเป็นวัดที่ทรงคุณค่าแก่การอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างมาก   ภายในวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร มีสถาปัตยกรรมที่มีความเก่าแก่รวมถึงศาสนสถานและศาสนวัตถุ ซึ่งเป็นสิ่งของโบราณเยอะแยะมากมายที่สำคัญภายในพระวิหารนั้น ยังมีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ลงรักปิดทอง  ประดิษฐานอยู่ภายในบุษบงกชบนฐานทุกทีหินอ่อนโดยพระพุทธรูปดังกล่าวนั้นมีชื่อเรียกว่าพระพุทธะวชิรมงกุฎ  อย่างไรก็ตามทางด้านภายในพระมหาวิหารนั้นยังมีสิ่งอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมายเช่นพระมหาเจดีย์สีขาวซึ่งมีการถูกสร้างเอาไว้อยู่ท่ามกลางพระวิหารคดหรือที่เราเรียกกันว่าพระระเบียงคตนั่นเอง โดยจะอยู่ที่บริเวณด้านหลังของพระวิหารซึ่งถือได้ว่าเป็นศาสนสถานที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของวัด วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร  แห่งนี้เช่นกัน     ...

adminadmin

เหา (Head Lice) และ โลน (Pubic Lice)

ไม่ว่าจะเป็นเหา หรือว่าโลนก็ตาม ต่างก็ เป็นปรสิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่บนร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีขนหรือผม ทั้งสองชนิดสามารถสร้างความรำคาญอย่างมากและแพร่กระจายได้ง่ายในสภาพแวดล้อมที่แออัด เหาเป็นปรสิตที่พบได้บ่อยในบริเวณหนังศีรษะ โดยเฉพาะในเด็กวัยเรียน เหามีขนาดเล็กมาก โดยมักจะมีความยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร และสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสใกล้ชิด หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น หวี หมวก หรือผ้าเช็ดตัว ไข่ของเหาเรียกว่า “ไข่เหา” หรือ “นิตส์” (Nits) ซึ่งมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีขาวหรือสีเหลืองอ่อนที่ติดอยู่กับเส้นผมใกล้หนังศีรษะ เหาจะแทะเล็มเลือดจากหนังศีรษะเพื่อดำรงชีวิต ซึ่งทำให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง   โลนหรือเหาบริเวณอวัยวะเพศ เป็นปรสิตที่มีขนาดเล็กกว่าเหาที่ศีรษะ โดยมีลักษณะคล้ายปูขนาดเล็ก โลนมักอาศัยอยู่ในบริเวณขนที่อวัยวะเพศ แต่อาจพบได้ในบริเวณขนที่อื่น เช่น ขนรักแร้ หนวดเครา หรือขนตา โลนมักแพร่กระจายผ่านการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์ แต่ก็สามารถแพร่กระจายได้ผ่านการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว หรือเสื้อผ้า ทั้งเหาและโลนเกิดจากการติดเชื้อปรสิตที่แพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสโดยตรงกับผู้ที่ติดเชื้อหรือการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน แม้ว่าปรสิตเหล่านี้ไม่สามารถบินหรือกระโดดได้ แต่ก็สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วผ่านการคลานไปตามเส้นผมหรือขน   การรักษาเหาและโลนสามารถทำได้ด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้:   การใช้ยาฆ่าเหาและโลน: ยาเฉพาะที่ เช่น แชมพูหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของเพอร์เมทริน หรือสารฆ่าแมลงอื่นๆ ...

adminadmin

ภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังจากการฝังเข็มในการรักษาโรค

การฝังเข็มเป็นการรักษาแบบแผนจีนที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศทั่วโลก เป็นกระบวนการที่ใช้เข็มบาง ๆ แทงลงไปในจุดต่าง ๆ ของร่างกายตามทฤษฎีของพลังงานในร่างกายที่เรียกว่า “ชี่” แม้ว่าการฝังเข็มจะมีประสิทธิภาพในการรักษาหลายโรค เช่น ปวดเรื้อรัง อาการไมเกรน และปัญหาทางจิตใจ แต่การฝังเข็มก็มีภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้นการรู้ถึงภาวะแทรกซ้อนและข้อควรระวังในการฝังเข็มเป็นสิ่งสำคัญ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น 1.ติดเชื้อ: การฝังเข็มที่ไม่ถูกต้องหรือการใช้อุปกรณ์ที่ไม่สะอาดอาจนำไปสู่การติดเชื้อได้ ภาวะนี้เป็นอันตรายและต้องได้รับการรักษาทันที โดยเฉพาะการติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรียที่ทนต่อยาปฏิชีวนะ เช่น MRSA (Methicillin-resistant Staphylococcus aureus)     2.ความเสียหายต่ออวัยวะภายใน: หากเข็มถูกแทงเข้าไปในจุดที่ไม่ถูกต้องหรือลึกเกินไป อาจทำให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะภายใน เช่น ปอด หรือช่องท้อง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะร้ายแรง เช่น ปอดรั่ว (Pneumothorax)      3.การแพ้: บางคนอาจเกิดอาการแพ้ต่อโลหะที่ใช้ทำเข็ม อาการแพ้เหล่านี้อาจแสดงออกในรูปแบบของผื่นแดง บวม คัน หรือในกรณีที่รุนแรงกว่านั้นอาจนำไปสู่ภาวะแพ้หนัก (Anaphylaxis)     4.เลือดออกหรือช้ำ: การฝังเข็มสามารถทำให้เกิดเลือดออกเล็กน้อยหรือช้ำบริเวณที่แทงเข็ม โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด     5.ความรู้สึกไม่สบายใจหรือปวด: บางคนอาจรู้สึกไม่สบายใจ เจ็บ ...